วันนี้คุณทิ้งอาหารไปเท่าไร?
posted on 21 May 2012 02:51 by apelox in Othersในบรรดาฟอร์เวิร์ดเมล์ที่เคยได้รับหรือเคยเปิดผ่าน มีใครจำเมล์ฉบับหนึ่งได้บ้างมั้ย?
เป็นฟอร์เวิร์ดเมล์เกี่ยวกับเศรษฐีอาหรับไม่กี่คนจัดเลี้ยงปาร์ตี้เลี้ยงอาหารอร่อยดูน่ากินระดับภัตราคารชั้นดี พอหลังงานเลิกก็เทอาหารทั้งหมดทิ้งเหมือนเศษขยะ
ลงท้ายเมล์นั้นถ้าจำไม่ผิดมีภาพเปรียบเทียบกับเด็กในแอฟริกาที่ตายเพราะขาดอาหาร กับภาพอาหารที่เททิ้งเป็นกองเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าหากนำไปแจกจ่ายแถวแอฟริกาคงช่วยเหลือได้หลายร้อยชีวิต...
หลายคนเห็นแล้วก็คงปลงโลกที่แสนจะไม่ยุติธรรม คนกลุ่มหนึ่งมีอาหารกินเกินพอในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งเกิดมาไม่มีอาหารกิน บางคนอาจจะเสียดายอาหาร และบางคนอาจจะรู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมเศรษฐีเหล่านั้นถึงได้กินทิ้งกินขว้างกันขนาดนี้...
จะมีใครสักกี่คนรู้บ้างว่า ไม่ใช่แค่เศรษฐีเหล่านั้นที่ทิ้งอาหารปริมาณมาก ไม่สินะ...ต้องบอกว่า
จะมีใครสักกี่คนรู้บ้างว่า เศรษฐีเหล่านั้นแค่ทิ้งอาหารปริมาณมากมหาศาลจากปาร์ตี้หนึ่งครั้งในไม่กี่เดือน แต่อันที่่จริงเราๆ นั้นยืนอยู่ในกระบวนการทิ้งอาหารปริมาณมหาศาลมากกว่านั้นเป็นร้อยเท่าทุกวัน!!
วันนี้จขบ.ได้มีโอการดูสารคดีสิ่งแวดล้อมชื่อ Taste the Waste โดย Valentin Thurn (ถือเป็นหนังโรงเรื่องแรกที่ได้ดูในรอบสิบสองเดือนนี้)
อยากขอว่าหลังอ่านเอ็นทรี่เสร็จช่วยเข้าไปดูเทรลเลอร์ที่เว็บข้างล่างนี่ด้วยนะคะ
(ถ้าไม่มั่นใจภาษาอังกฤษอย่างน้อยแค่ดูภาพก็พอค่ะ)
หนังสารคดีนี้ไปถ่ายที่หลายประเทศโดยเฉพาะยุโรปและแอฟริกา เนื้อเรื่องหลักๆ เกี่ยวกับอาหารเหลือจากซูเปอร์มาร์เก็ตและขั้นตอนการจำหน่ายที่กลายเป็นขยะในแต่ละปี
ผู้กำกับเขาหยิบประเด็นในชีวิตประจำวันที่เราไม่เคยคิดถึงมาเชื่อมโยงให้ดูว่าเราสร้างขยะและทิ้งอาหาร แรงงานไปอย่างไร้ค่ามากมายขนาดไหน และเรามีส่วนทำให้อาหารแพงขึ้น ทำให้ผู้คนลำบากมากขนาดไหน
สารคดีกล่าวว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปและอเมริกาเหนือนั้นทิ้งอาหารที่จะกำลังจะหมดอายุหรือหมดอายุไปปีละประมาณ ๗๐ ล้านตัน
มากพอที่จะเอาไปแจกจ่ายคนอดอยากในแอฟริกาถึง ๒ ครั้ง!!
เจ้าของร้านขนมปังในซูเปอร์มาร์เก็ตในเยอรมันแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าจำนวนขนมปังที่ขายไม่หมด ไม่ได้มาตรฐานและต้องทิ้งไปแต่ละวันนั้นต้องถูกทำลายไปเป็นเศษขยะ ทางบริษัทจึงมีนโยบายที่เอาขนมปังเหล่านั้นไปรีไซเคิลทำเชื้อเพลิงเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง...
เขาเสริมว่าถ้าร้านขนมปังในซูเปอร์มาร์เก็ตในเยอรมันเอาขนมปังเหลือทิ้งเหล่านี้มารีไซเคิลแล้วล่ะก็ เยอรมันอาจมีพลังงานเพิ่มมากพอที่จะปิดโรงงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่งได้ด้วยซ้ำ
ไม่เพียงเท่านั้น ก๊าซมีเธนที่เกิดจากการทิ้งอาหารเหล่านี้เป็นขยะนั้นมากพอที่ก็ให้เกิดก๊าซเรือนกระจกประมาณปีละ ๗% ซึ่งถือว่าเยอะมาก
น่าเศร้าที่กฎหมายอียูเองไม่อนุญาตให้นำอาหารเหล่านี้ไปรีไซเคิลเป็นอาหารสัตว์เพราะกลัวเชื้อโรคจากอาหารรวมถึงซูเปอร์หลายแห่งไม่อนุญาตให้พนักงานเอากลับบ้าน ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาเอาอาหารที่ทิ้งแล้วไปจากถังขยะ
จากการไม่สามารถรีไซเคิลอาหารเหล่านี้เป็นอาหารสัตว์ได้ ผลคือโรงเลี้ยงสัตว์ต้องนำเข้าอาหารสัตว์ เช่น ธัญพืชราคาแพง ส่งผลให้เนื้อสัตว์เหล่านั้นแพงขึ้นอีก
ที่สำคัญที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นแค่ปัญหาที่เกิดจากอาหารที่เหลือทิ้งจากซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น (อาหารเหลือทิ้งที่ว่าหมายถึงของสดและของกระป๋องทั้งที่ยังไม่หมดอายุและเพิ่งหมดอายุ)
นี่ยังไม่รวมถึงพืชผักผลไม้ตามสวนที่ไม่ได้มาตรฐานส่งซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องถูกทำลายไป...
ตลาดมีมาตรฐานกำหนดขนาด เฉดสีของผักผลไม้ที่จะนำมาจำหน่าย บางแห่งมีตารางเทียบสีว่าผักผลไม้จะต้องได้สีตามนี้เท่านั้นถึงจะรับไป เจ้าของสวนกล้วยรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่ามาตรฐานเหล่านี้กำหนดแม้กระทั้งจำนวนกล้วยต่อหนึ่งหวี...
ฉะนั้นแครอทหรือแตงกวาที่มีรูปร่างเบี้ยวไม่สามารถบรรจุในแพกเกจที่ดีไซน์มา มะเขือเทศที่เล็กกว่ามาตรฐาน ๔๕ มิลลิเมตร มันฝรั่งลูกใหญ่หรือผิวขรุขระที่ไม่ได้รับความนิยมจะถูกคัดออกและทิ้งไป
ในสารคดีมีผู้หญิงคนหนึ่งทำหน้าที่แผนกทิ้งของสดในซูเปอร์มาร์เก็ต
เธอกล่าวว่าเธอมาจากคาเมรูนที่ส่งออกกล้วยมายังยุโรป ในประเทศบ้านเกิด เพื่อนบ้านไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อกล้วยสักลูก เนื้อได้กินกันไม่ถึงปีละหน แต่ในยุโรปเธอกลับต้องมาเห็นกล้วยที่นำเข้าจากคาเมรูนถูกกำจัดทิ้งไปเป็นตันๆ ต่อวันเพราะใกล้วันหมดอายุหรือมีรอยช้ำ
แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ แม่แต้จะเอากลับบ้านไปทานกับครอบครัวยังถือว่าผิดกฎที่ทำงาน สุดท้ายเธอก็ถูกไล่ออกจากงานที่ทำเพราะบางทีเอาของหมดอายุที่ต้องทิ้งจากนี้กลับบ้านไปทานกับสมาชิกในครอบครัวที่มีกัน ๗ คน
ในสารคดีถ่ายให้เห็นถึงผักผลไม้สดหลายอย่างเดินทางมาจากประเทศห่างไกลเป็นพันๆ ไมล์ เพื่อมาถึง ตั้งวางบนชั้นในระยะเวลาหนึ่งและโยนทิ้งไป
สัตว์ทะเลหลายชนิดถูกจับขึ้นมาจากทะลและแม่น้ำด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อมาถึงซูเปอร์และตลาดและเน่าเสียไปโดยไม่มีคนกินเป็นร้อยๆ ตัว
อาหารจำนวนมากถูกทอดแพ็คใส่แพ็กเกจ และพอใกล้ถึงวันหมดอายุก็ถูกโยนทิ้งไปวันละเป็น ๕๐ กล่อง
และนี่เป็นแค่ตัวอย่างของอาหารที่ถูกทิ้งในแต่ละวันของสถานที่หนึ่งแห่ง...
น่าชิ้นใจอยู่บ้างที่ปัจจุบันมีหลายกลุ่มลุกขึ้นมาสนใจเรื่องการจัดการอาหารให้คุ้มค่ากันมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น
...เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งในเยอรมันยกเลิกโปรโมชั่นซื้อ ๑ แถม ๑ เพื่อให้ผู้บริโภคซื้ออาหารที่จำเป็น
...บริษัทขนมปังแห่งหนึ่งในเยอรมนีนำขนมปังเหลือมารีไซเคิลเป็นพลังงาน
...บริษัทในญี่ปุ่นที่มีนโยบายคัดอาหารสดไปทำอาหารสัตว์เช่นอาหารหมูเพื่อทดแทนการนำเข้าธัญพืชที่มีราคาแพง
...เกษตรกรหลายกลุ่มในอเมริกาตั้งตลาดสดเพื่อขายพืชผักผลไม้ที่ไม่ได้เกรดตามกำหนด
...ครูหลายคนจัดคลาสทำอาหารหรือคอร์สเกษตรเพื่อสอนให้เด็กรู้ว่าอาหารแต่ละอย่างมีที่มาอย่างไร เห็นคุณค่าอาหารที่กินและใส่ใจการจัดการอาหารเองมากขึ้น
...นักสิ่งแวดล้อมบางกลุ่มในฝรั่งเศสติดต่อเข้าไปขอแยกอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งเพื่อคัดเลือกอาหารที่ยังพอเอาไปทำอาหารได้กับอาหารที่ต้องทิ้งจริงๆ ทำให้จำนวนที่ต้องทิ้งน้อยลง (ประมาณ ๒๐% ของผักผลไม้ในกองจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องทิ้งจริงๆ )
...กลุ่มหนึ่งในอิตาลี่ไม่แน่ใจว่าเป็นนักธุรกิจหรือนักสิ่งแวดล้อมจัดกิจกรรมติดต่อเอาอาหารที่ใกล้หมดอายุเหล่านี้มาทำอาหารและแจกคนในชุมชมพร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องอาหารเหลือทิ้งกับผู้คนในชุมชน
นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มคนหนุ่มสาวอีกหลายกลุ่มที่เข้าไปติดต่อซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของสดที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นแครอทรูปร่างเบี้ยวๆ กับบางกลุ่มที่ปีนเข้าไปเก็บผักผลไม้ในถังขยะซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังไม่เน่ามาทาน
ในเคมบริดจ์ก็มีกลุ่มนักกิจกรรมชื่อ Food cycle ทำคล้ายๆ กับกลุ่มในอิตาลี่ คือติดต่อเอาอาหารที่ใกล้หมดอายุจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือผักผลไม้ที่ไม่ได้มาตรฐานมาจากฟาร์มเพื่อทำอาหารเลี้ยงคนไร้ที่อยู่อาศัย คนขาดแคลนในเมืองหรือคนที่อยากทาน
หลังจากหนังฉายเสร็จอาสาสมัครจากกลุ่มนี้ก็เชิญชวนให้คนในโรงหันมาช่วยกันเท่าที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่ซื้อมาให้หมด หรือเข้าไปติดต่อขอซื้อของไม่ได้มาตรฐาน (เช่นแครอทเบี้ยว) และต้องถูกกำจัดทิ้งในเร็ววันมาทานเพื่อให้ซูเปอร์รู้ว่ามีคนต้องการของเหล่านี้อยู่ รวมถึงมาเป็นอาสาสมัครช่วยปรุงอาหารแจกจ่าย เป็นต้น
ดูสารคดี Taste the Waste แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า อาหารในโลกนี้มันไม่ได้ไม่เพียงพอหรอก แต่แค่มันอยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่งมากเกินไปและคนอีกกลุ่มหนึ่งน้อยเกินไป
เห็นภาพขนมปังก้อนๆ ที่ถูกเททิ้งและบดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โยเกิร์ตอีก ๖ วันหมดอายุถูกทำลาย (ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งและบางประเทศอย่างในฝรั่งเศสจะทิ้งอาหารอย่างโยเกิร์ตก่อนวันหมดอายุ เนื่องจากถึงทิ้งไว้ก็ไม่มีใครซื้อ จะบริจาคที่ไหนไม่ได้เพราะมันใกล้หมดอายุถือว่าผิดกฎหมาย เพื่อเพิ่มที่ว่างและโอกาสในการระบายสินค้าก็มีทางเดียวคือโยนอาหารที่ยังไม่หมดอายุเหล่านั้นทิ้งลงเครื่องทำลายขยะ)
รวมถึงผักสดๆ เป็นกะละมังๆ ถูกบดแล้วอยากจะร้องไห้ด้วยความเสียดาย...เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงคาเมรูนว่าเป็นยังไง...
อยู่ที่นี่เป็นนักเรียนจนๆ เราต้องเจียดเงินเพื่อซื้อกุ้งตัวเล็กต้มสุก ฟรอม ไทยแลนด์ราคา ๓ ปอนด์ จะซื้อเนื้อแกะสี่ปอนด์ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ซีฟู้ดส่วนมากที่ได้กินก็เป็นปูอัด บางอาทิตย์ต้องอยู่ด้วยผักล้วนๆ แทบจะเป็นมังสวิรัติ ขนาดผักถูกๆ อย่างพริกหวานยังคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้อที่ไหนดีถึงจะถูกกว่า
ทำทุกอย่างเพียงเพื่อประหยัดงบค่าอาหารให้เหลือถูกที่สุดเท่าที่ทำได้จะได้อยู่รอดอย่างไม่เบียดเบียนพ่อแม่เกินไป
พอดูสารคดีนี่แล้วเห็นสิ่งเหล่านี้ถูกโยนลงถัง เทและบดไปถมกองขยะ..
มันเศร้าจริงๆ นะ...
นี่ยังไม่ต้องคิดถึงผลไม้อย่างมังคุดเกรดเออิมพอร์ทไทยแลนด์ที่ชาวสวนลงทุนลงแรงปลูก ขายมาในราคาถูกแสนถูก แถมเรายังไม่มีปัญญากิน (ญาติ จขบ.ทำสวนมังคุดเล่าให้ฟังว่า ผลไม้สวยๆ เกรดเอจะส่งอิมพอร์ทออกนอก คนไทยไม่ค่อยได้เห็น ได้สัมผัส หรือได้กินกันหรอกค่ะ)
แต่พอมาถึงที่นี่...จำนวนมากก็ถูกบดเป็นเศษซากเทไปรวมกับเศษเปลือกส้มและก้างปลาจากครัวเรือน...
ที่น่าเศร้าคือ สภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะแต่ในประเทศแถบยุโรปหรืออเมริกา แต่เป็นจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย และหลายๆ แห่งทั้งที่มีซูเปอร์มาร์เก็ต หรือที่มีอาหารกินมากพอจนเกินพอ...
แต่จะว่าใครก็ไม่ได้ เพราะลองย้อนดูตัวเองแล้วก็พบว่าตัวเองก็ปล่อยของจำนวนมากให้เน่าคาตู้เย็น และต้องโยนทิ้งไปในจำนวนที่ใช่น้อย... เอาเข้าจริงเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการที่ทิ้งให้อาหารที่ราคาแพงและกินได้กลายเป็นของเสียถมโลกนี้เช่นกัน
ดูเรื่องนี้แล้วก็อดเขียนอีเมล์ถึงทางบ้านและมาโพสต์ลงบล็อกไม่ได้
ถึงจะไม่ใช่หัวข้อที่อ่านแล้วจรรโลงใจนัก แต่ก็อยากเป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่สะกิดให้คนรอบข้างรู้สึกตัวว่า
วันหนึ่งๆ ในขณะที่คนส่วนหนึ่งบนโลกอดตาย ในขณะที่โรงงานต้องนำเข้าอาหารสัตว์ทำให้เนื้อสัตว์แพงขึ้น ในขณะที่สวนผลไม้ต้องเร่งปลูกผักผลไม้ที่ได้มาตรฐานทำให้ต้องเบียดเบียนพื้นที่ทำกินชาวบ้านท้องถิ่น ในขณะที่คนปลูกทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงงานปลูกจนเจ็บป่วยหรือพิการ ในขณะที่แรงงาน (เช่นแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมประมง) ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำมีสภาพความเป็นอยู่ไม่ดีกลายเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชน
อาหารจำนวนมหาศาลกลับถูกทำลายหรือเน่าสลายไปอย่างไร้ค่า...
เพราะฉะนั้นถึงจะเล็กน้อย ถ้าเราหันมาทำอะไรกับเรื่องนี้บ้างเท่าที่จะมีกำลังทำได้ เช่น ซื้ออาหารน้อยลง ทานให้คุ้มขึ้น ไม่ปล่อยให้เน่าเสียและทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ สนับสนุนผักผลไม้ท้องถิ่น บอกให้ผู้ผลิตรู้ว่าเรายอมรับอาหารที่ไม่สวยสมบูรณ์แบบเสียทีเดียว รับอาหารที่ยังไม่หมดอายุไปทำอาหารเลี้ยงคนอดอยาก รีไซเคิลอาหารเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
โลกนี้อาจจะจะน่าอยู่ขึ้นอีกนิดก็เป็นได้...
ปล. ลองเข้าไปดูตัวอย่างสารคดีด้วยนะคะ http://www.tastethewaste.com/info/film
Tags: ขยะ, ของเหลือใช้, ทิ้ง, อดอยาก, อาหาร, โยเกิร์ต2 Comments



















