เพราะโลกนี้ไม่ได้มีเราอยู่เพียงคนเดียว (หรือสองคน)
posted on 30 Jun 2009 21:44 by apelox in LifeLearning
ปกตินอกจากฟิกโกสต์ฮันท์แล้ว เราไม่ค่อยชอบอ่านการ์ตูนรักๆ แบบดอกไม้กับสายรุ้งสักเท่าไร
ถ้าไม่วาย ไม่เอโระนี้ดๆ ก็ขอดาร์กแฟนตาซีนิดหน่อยก็แล้วกัน...
แต่เมื่อคืนวันเสาร์ หลังจากอ่านบล็อกของพี่โบว์ เรื่อง "เพราะว่าผมแต่งงานกับคุณคนเดียว" เลยเกิดอาการอึ้ง...หวนคิดไปถึงการ์ตูนสาวน้อยเรื่องหนึ่ง และพลันอยากอ่านเรื่องนี้ขึ้นมาอีกรอบ
มาดมัวแซล บัตเตอร์ฟลาย
(マドモワゼル・バタフライ)
(ถ้าใครอ่านเอ็นทรี่ของพี่โบว์ก่อน คงจะเข้าใจประเด็นที่เราเขียนมากขึ้นค่ะ
)
การ์ตูนผู้หญิงรักหวานซึ้งของ คุณ Ogura Akane คาดว่าเอาเค้าโครงมาจาก โอเปร่าเรื่อง โจโจ้ซัง หรือ Madam Butterfly แต่ดัดแปลงให้หวานกว่า
เนื้อเรื่องเซ็ทฉากที่ญี่ปุ่นสมัยโชวะ...เกี่ยวกับความรักของผีเสื้อ เด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์จากชนบทที่ถูกพ่อแม่ขายให้โอกิยะเพื่อเป็นไมโกะ (เกอิชา) ตั้งแต่ยังเด็ก กับ จินัทสึ ศิลปินสักผิว ผู้อาศัยอยู่ข้างสำนัก
จุดที่เราหลงใหลเรื่องนี้มากที่สุดคือ แม้เป็นการ์ตูนผู้หญิงแบบรักหวานซึ้ง แต่เรื่องนี้จับประเด็นลึกกว่าเรื่องรักใคร่แบบการ์ตูนผู้หญิงประเภทพล็อต ละครหลังข่าว คือ หนุ่มหล่อ สาวสวย เจอกัน ทะเลาะกัน รักกัน หึงกัน ตบตี และสุดท้ายก็คบกัน รักกันเหมือนเดิม
เรื่องนี้ไม่มีฉากแบบนั้นเลย...
ด้วยนิสัยรักสงบ รักใครรักจริง อีกทั้งไม่ชอบหาเรื่องใครของทั้งผีเสื้อและจินัทสึ ทั้งคู่จึงเข้ากันได้ดี อีกทั้งอายุที่ต่างกันมากของทั้งคู่ก็มีส่วนที่ทำให้สองคนนี้ไม่ค่อยผิดใจ กัน (เดาจากเนื้อเรื่องน่าจะประมาณ 14 ปี...)
เรียกได้ว่า จบตอนแรกทั้งคู่ก็รักกันหวานหยดมดขึ้นจนคนอ่านอิจฉาตาร้อนแล้ว
ปัญหาของคู่นี้จึงไม่ใช่ปัญหาของคนที่กำลังจะคบกัน แต่เป็นปัญหาของคนที่คบกันแล้ว...รักกันแล้ว... แต่มีคนรอบข้าง...สิ่งรอบข้าง...เรื่องรอบข้าง มาขวางความสุขของคนสองคน
และ (แม้จะยังไม่เคยคบใคร) เราเชื่อว่า ทุกคนที่คบกัน รักกันจนจะแต่งงาน หรือแต่งงานแล้วต้องเจอเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจเหล่านี้ เพราะจนแล้วจนรอด
คนเราไม่สามารถอยู่บนโลกด้วยกันแค่เพียง 2 คนอย่างหวานซึ้งได้ตลอดเวลา...
หนึ่งในเรื่องใหญ่ที่ผีเสื้อกับจินัทสึต้องเจอคือ ปัญหาเรื่องเงิน และ ครอบครัวของทั้งสองฝ่าย
เรื่องเงินและเรื่องครอบครัวที่ว่านี่มีทั้งประเด็น ดราม่าที่พอเดาได้ตั้งแต่ ผีเสื้อถูกคนรอบข้างนินทาว่าเป็นไมโกะมาเกาะจินัทสึ ครอบครัวจินัทสึ เน้นพี่ชายเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่และพยายามหาทางกดดันให้ทั้งคู่เลิกกัน จนถึง 2 เรื่องบวกกันคือ...
ผีเสื้อได้รับข่าวว่าพ่อแม่ (ที่ไม่เคยตอบจดหมายตัวเองมา 10 ปี) กำลังลำบากติดหนี้จำนวนมากเกินกว่าที่ลำพังผีเสื้อจะช่วยจ่ายได้...
ตอนนี้เริ่มขึ้นที่...
ระหว่างทางกลับจากไหว้พระที่ศาลเจ้าจู่ๆ จินัทสึก็ขอผีเสื้อแต่งงานหลังจากทั้งคู่อยู่ด้วยกันมา 1 ปี ผีเสื้อทั้งตื่นเต้นและดีใจเป็นการใหญ่
หลังจากตอบรับคำขอแต่งงานไม่กี่วัน มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาผีเสื้อที่บ้าน ผู้หญิงคนนั้นคือ ทามิซัง เพื่อนสมัยเด็กก่อนที่ผีเสื้อจะถูกขาย ทามิซังแวะมาแจ้งข่าวผีเสื้อว่า พ่อแม่ของเธอติดหนี้และมายืมเงินของบ้านเธอเป็นจำนวนหนึ่ง ตอนนี้เธอจำเป็นต้องใช้ จึงขอให้ผีเสื้อพิจารณาว่าจะช่วยพ่อแม่ได้มั้ย...
ผีเสื้อกลุ้มใจมากเพราะเธอมีเงินเก็บส่วนตัวไม่พอใช้ หนี้แทนพ่อแม่ เอาไปคืนทามิซังก็ถูกเหน็บแนมว่าสามีรวยแค่ช่วยพ่อแม่ก็ไม่ได้ สงสัยว่าเธอคงเกลียดพ่อแม่ที่ขายเธอ อีกจะไปขอจินัทสึก็เกรงใจ
ช่วงที่ผีเสื้อหาเงินใช้หนี้อยู่นั้น เธอจึงไม่กล้าคุยกับจินัทสึและพยายามหนีหน้าจนจินัทสึสงสัย
สุดท้าย ผีเสื้อตัดสินใจทำงานหาเงินใช้หนี้แทนพ่อแม่...และงานเดียวที่เธอรู้จักและ เคยมีประสบการณ์คือการเป็นเกอิชา เธอไปกราบขอให้เจ้าของโอกิยะแห่งหนึ่งจ้างเธอเป็นเวลาสองสามวันเพื่อแลกกับ เงินก้อน
ในงานน้ำชาคืนนั้น ผีเสื้อถูกลูกค้าลวนลาม แต่จินัทสึที่รู้เรื่องทามิซังจากลูกค้าตามมาช่วยเธอไว้ได้ทัน
จินัทสึเล่าว่า ตัวเองเขียนจดหมายไปหาพ่อแม่ผีเสื้อเพื่ออนุญาตแต่งงานกับลูกสาว และพ่อแม่ก็ส่งปิ่นปักผมรูปผีเสื้อมาให้เธอเป็นของขวัญแสดงความยินดี
และจินัทสึบอกกับเธอว่า...
"เรากำลังจะกลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
ฉะนั้นถ้าเธอมีปัญหาอะไรให้บอกฉัน
ในอนาคตเรามาเผชิญปัญหาด้วยกัน
มาหัวเราะไปพร้อมๆ กัน และมาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันเถอะ"
แม้จินัทสึจะรู้ดีว่า ครอบครัวของคนรักขายเธอให้โอกิยะในเมืองหลวงเพื่อหาเงินไปรักษาลูกคนเล็ก ตั้งแต่เด็ก แต่จินัสทึก็รู้ดีว่าผีเสื้อรักครอบครัวเธอแค่ไหน...
เขายังให้เกียรติครอบครัวเธอที่คนนอกมองว่าไม่ใส่ใจลูกสาวด้วยการเขียนจดหมายขออนุญาตแต่งงาน ยังพยายามทำความเข้าใจเหตุผลว่าทำไมผีเสื้อถึงกลับไปทำงานเป็นไมโกะ
และช่วยผีเสื้อแก้ปัญหาเรื่องครอบครัวและเรื่องที่ถูกหลอกไปพร้อมกัน
อาจจะดูเหมือนบ้าที่เราอ่านไปแล้วก็ซาบซึ้งกับการ กระทำของจินัทสึจนร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ อยู่หน้าจอ และมันอาจจะดูอุดมคติเกินไปที่จะให้คนในโลกความเป็นจริงเป็นได้อย่างนี้...
แต่เราก็คิดจริงๆ ว่า...
คนที่รักกัน นับถือกัน จะสัญญาอยู่ร่วมกันตลอดชีวิต
มันก็ต้องพร้อมที่จะเผชิญปัญหาไปด้วยกันทุกเรื่อง แม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่ใช่เรื่องของสองคนโดยตรง แต่เป็นเรื่องของครอบครัวหรือเพื่อนที่คนรักให้ความสำคัญ จนถือเป็นปัญหาหนักใจของคนรักด้วย...
แม้รักกันแล้ว แต่โลกนี้เราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพียงแค่สองคน
และถึงจะอยู่ด้วยกันสองคน...เราจะเลือกรับรู้เรื่องของคนที่เราอยู่ด้วย เฉพาะแต่เรื่องที่เราอยากจะสนใจ ในขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังกังวล มันก็คงจะไม่ได้...
ไม่สิ มันก็คงทำได้ล่ะเนอะ...
แต่ถ้าต้องการทำอย่างนั้น ถึงจะแค่สองคน ก็อย่าอยู่ร่วมกันเลยดีกว่า...
นอกจากเรื่องที่เขียนมาแล้ว ในตอนนี้ เรายังประทับใจอีก 2 เรื่อง
(ที่ออกจะเกี่ยวข้องกับประเด็นในเอ็นทรี่ที่ว่าอยู่)
เรื่องหนึ่งคือวิธีการแก้ปัญหาของจินัทสึ เกี่ยวกับเรื่องทามิซัง ที่มาหลอกผีเสื้อ (จริงๆ คือตั้งใจหลอกจินัทสึ) หาเงินไปใช้หนี้
เราจะทำยังไงกับคนที่เรารู้ว่า เขามาหลอกเราเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ให้ครอบครัว??
...เสียใจ โกรธ ประณาม ประจาน ตัดความสัมพันธ์??
ในเรื่องนี้ จินัทสึแก้ปัญหาด้วยการให้ผีเสื้อไปบอกความจริงกับทามิซัง (เรื่องจดหมายพ่อแม่) แล้วสอบถามคนรู้จักให้ช่วยหางานให้ทามิซังไปทำเก็บเงินใช้หนี้...
เมื่อทามิซังรู้ว่าผีเสื้อรู้เรื่องทั้งหมดว่าตัวเอง หลอก จึงกลับมาขอโทษยกใหญ่พร้อมเอาเงินมาคืนทั้งหมด เธอรับข้อเสนอของจินัทสึและกลับไปทำงานอย่างขยันขันแข็ง
โลกความเป็นจริง เรื่องอาจจะไม่ได้จบอย่างสวยงามอย่างนี้ แต่เราก็คิดว่า
วิธีมองโลกและจัดการแก้ปัญหาของจินัทสึน่าคิด...
จะมีประโยชน์อะไรที่จะคิดแค้น ผูกใจเจ็บ ตัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย และกลัวตัวเองถูกคนอื่นหลอกอีกครั้งด้วยการระแวงทุกคนที่เข้ามาใกล้ตัว เอง...
แม้เขาจะเลวที่หลอก แต่ถ้าเขามีเหตุผลจำเป็นเบื้องหลังการกระทำ ที่เราพอจะเข้าใจได้ ช่วยได้บ้าง สู้ยื่นมือเข้าช่วยในกรอบที่ตัวเองจะพอทำได้ไม่ดีกว่าเหรอ?
(เห็นได้ว่าจินัทสึไม่ได้ให้เงินไปโต้งๆ)
ยิ่งเมื่อคนๆ นั้นเป็นคนสำคัญของคนรักเราเอง...
(แต่นั่นแหละ ถ้าทำไม่ได้ไม่อยากทำก็ไม่มีใครบังคับให้ต้องทำ)
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่อยากพูดถึงเกี่ยวกับตอนจบเรื่องนี้คือ...
จดหมายขอบคุณพ่อแม่ของผีเสื้อ...
"คุณพ่อคะ คุณแม่คะ สบายดีหรือเปล่า? สามีหนูเป็นคนอ่อนโยนและดีมากค่ะ...
"ด้วยคำอวยพรของพ่อและแม่ หนูเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกค่ะ"
อ่านแล้วรู้สึกว่า คนเป็นพ่อแม่ยังไงถ้าเลี้ยงเรามาในระยะเวลาหนึ่งก็ยังเป็นพ่อแม่วันยังค่ำ
(ถึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางส่วนที่ไม่เหลียวแลจริงๆ ก็ตาม)
และลูกถึงคราวกตัญญูก็น่าชื่นใจจริงๆ
............................................
(อยากได้ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นหรือไทยมาเทียบกันจัง...)
อ่านแล้วคิดว่า คนในเื่รื่องนี้เป็นคนดีมาก (จนแอบเว่อร์)
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเรามองโลกมุมกลับในทางสดใสบ้าง
จริงๆ โลกเราก็อาจจะไม่ได้ซับซ้อนอะไรอย่างนั้นก็ได้...
และอะไรก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรือคิดไปเองเสมอไป
อ่านตอนนี้จบก็อดซาบซึ้งน้ำตาไหลพรากๆ ไปหนึ่งยกไม่ได้
ถ้าเรามีความรักแบบนี้
ได้อยู่กับคนรักที่คล้ายๆ จินัทสึ
ให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ตัวเองและคนสำคัญของคนที่เรารัก
มองโลกในทางสดใส และ มองโลกแบบนำทุกอย่างมาเรียนรู้ชีวิตได้
อย่างนี้ก็ดีสิเนอะ...
จินัทสึ กับ ผีเสื้อ ...
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ m(_ _)m
ปล. ขอโทษพี่โบว์ที่ยังไม่ได้ไปคอมเมนต์เอ็นทรี่ที่ว่าค่ะ...ตอนนั้นอ่านแล้วอึ้งมาก
ยังไงถือว่าเอ็นทรี่นี้ทั้งเอ็นทรี่ยกเป็นคอมเมนต์ของพี่โบว์แล้วกันนะคะ...
ปล2. เรื่องนี้มีแปลเป็นภาษาในชื่อ "ผีเสื้อกับความรักของเกอิชา" พิมพ์โดยสำนักพิมพ์บงกช
ว่าจะไปซื้อมาเก็บสักชุด... ส่วนภาพที่โพสต์เอามาจากเว็บ Mangafox ค่ะ...
เรื่องนี้มี 2 เล่มจบ ทั้งหมดประมาณ 9 ตอนแต่ละตอนจะมีความซึ้งและประเด็นที่น่าคิดแตกต่างกันไป เราอ่าน 9 ตอนตื่นมาตาบวมเลย เหอะๆ
























(มั้ง.....เดาเอาครับ พอดียังไม่เคยมีประสบการณ์เหมือนกัน เหอๆ)
*โวยวายเพ้อฝันตามประสาคนโสด*
งานหนังสือปีนี้เจอกันค่าาาาาาา
#1 By maebin on 2009-06-30 22:19