อ่านบล็อกของคุณพี่โบว์ Hayashi Kisara เรื่อง "ที่มาบริษัทญี่ปุ่น" แล้วเกิดฮึดแปลกๆ ทั้งอยากแชร์และอยากหาข้อมูลเพิ่มก็เลยตัดสินใจเขียนเอ็นทรี่นี้ขึ้นมาแล้วใส่เลข 2...เอาไว้เป็นภาคต่อ Foot in mouth  (ต้นตำรับยกให้ของพี่โบว์แต่เพียงผู้เดียว)

 

คำว่า "คิดได้ยังไง!" นี่อาจจะไม่ได้อุทานตอนเห็นสินค้าบริษัทอย่างเดียวก็ได้ ยังไงก็ลองอ่านดูนะ เลือกมาเฉพาะแต่ที่คุ้นๆ กัน ^^

 

 

LG:  ย่อมาจาก Lucky Goldstar  เป็นการรวมยี่ห้อดังของเกาหลีสองยี่ห้อคือ Lucky & Goldstar เข้าด้วยกัน

 

7-Eleven:  มา จากเวลาเปิดของร้านขายของชำในเท็กซัส คือตั้งแต่เจ็ดโมงเข้าถึงห้าทุ่ม  ต่อมาในปี 1962  ได้เปิดสาขาในออสติน, เท็กซัสและเปลี่ยนเวลาเปิดเป็น 24 ชั่วโมงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

Nikon:  ชื่อบริษัทเดิมคือ Nihon Kougaku Kougyou (日本工学工業) เรียกสั้นๆ ว่า นิกโก้(日光)เติม N เข้าไปเพื่อเพิ่มความรู้สึกจึงกลายเป็น Nikon   หลังจากยี่ห้อกล้อง Nikon กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ บริษัท Nihon Kouaku Kougyou จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Nikon ในปี 1988 จนถึงปัจจุบัน 

 

Lotteมา จากชื่อนางเอกหนังสือเล่มโปรดของคุณชิเงมิทสึ ทาเคโอะ ผู้ก่อตั้งบริษัทเรื่อง “แวร์เธอร์ระทม” (Die Leiden des Jungen Werther) ชื่อ ชาร์ล็อตเต้ หรือ ล็อตเต้

 

VAIO:   VAIO ของโซนี่มาจากตัวอักษรแรกของคำว่า  Video  Audio Integrated Operation ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คอมพิวเตอร์สมัยก่อนยังไม่มี  ต่อมาในปี 2008 ทางโซนี่ได้เปลี่ยนชื่อเต็มของ VAIO เป็น Visual Audio Intelligence Organizer ให้เข้ากับสมัยเป็นการฉลองสินค้าครบรอบ 10 ปี

โลโก้ของ VAIO เป็น V กับ A เชื่อมต่อกันเป็นภาพคลื่นเสียงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทน Analog ส่วน I กับ O นั้นแทนสัญลักษณ์ดิจิตัลคือ 1 และ 0 โลโก้จึงสื่อว่าคอมพิวเตอร์ VAIO คือการผสมผสานระหว่างดิจิตัลและอนาล็อกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว


 

 

 

Pockey:  ชื่อสินค้าของล็อตเต้นี้มาจากเสียงเวลากัดแท่งขนมดัง ป็อกกิ้ง ป็อกกิ้ง จึงเรียกขนมชนิดนี้ว่าป็อกกี้ซะเลย

 

DoCoMo: บริษัทโทรศัพท์มือถือ NTT DoCoMo ไม่ได้มาจาก 何処も ที่ไหนก็ (โทรได้) อย่างที่คิดไปคนเดียว แต่ย่อมาจาก「Do Communications Over The Mobile Network」

 

 

UNIQLO: ร้านเสื้อผ้าราคาถูกขวัญใจชาวต่างชาติงบน้อยนี้ย่อมาจาก Unique Clothing Warehouse แต่เดิมบริษัทนี้มีชื่อว่า Fast Retailing ซึ่งแสดงปณิธานของบริษัทที่จะรีบทำออร์เดอร์สินค้าและเสนอให้ลูกค้าอย่างรวด เร็ว แต่ก็เปลี่ยนเป็นยูนิคุโระดังปัจจุบัน 

 

 

 นอกจากนี้ก็มีชื่อบริษัทญี่ปุ่นแปลกๆ ที่พี่โบว์เคยรวบรวมมาแล้วอยากพูดถึงอีกที เช่น

 

บริษัท Ai ga areba Daijoubu (株式会社愛があれば大丈夫)

แปลเป็นไทยว่า บริษัท เพียงมีรักก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง 

คงมีหลายคนสงสัยว่าทำกิจการอะไรกันแน่? เวดดิ้งสตูดิโอ??  จัดหาคู่??  ความจริงคือเป็นบริษัททำเกม Flash อนิเมชั่น ให้โทรทัศน์และเว็บไซต์ต่างๆ อย่างรายการ NHK education เว็บไซต์ NHK เว็บไซต์บริษัทนิชชิน บันได โคดันฉะ ฯลฯ ค่ะ   

 


 
บริษัท Watashiniwa Yumega aru (株式会社私には夢がある)แปลเป็นไทยว่า บริษัท ฉันมีความฝัน

เป็นบริษัทที่ชื่อฟังดูสื่อ กิจการที่สุดเท่าที่เห็นมา  ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้เชื่อมั่นว่าลึกๆ แล้วทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองอยากทำอยู่  จึงตั้งบริษัทให้คำปรึกษา ไม่สิ...(ทางบริษัทออกตัวว่าไม่ใช่ผู้ให้คำปรึกษามืออาชีพ) บริษัทที่รับฟังปัญหา ความฝันและความหวังของผู้ใช้บริการ คอยผลักดันและให้กำลังใจ ในรูปแบบบริการตัวต่อตัว จัดเวิร์คช็อป สัมมนา บรรยาย ฯลฯ  ถ้าอยู่โตเกียวหรือกุนมะก็อยากลองไปใช้บริการดูเหมือนกันนะเนี่ย  Money mouth

 

 

บริษัท △□○    (株式会社 △□○ 

อ่านว่า Miyomaru...เป็นการเล่นคำในภาษาญี่ปุ่นที่คำหนึ่งอ่านได้หลายแบบ คือ สาม – Mi  สี่ – Yo และวงกลม – Maru (TwT)  แสบยิ่งกว่านั้น  URL ของบริษัทนี้ยังจดในชื่อ www.340.co.jp ด้วย (TwT)(TwT) จะขี้เล่นไปไหน??

 

ที่มาของชื่อบริษัทขายพาร์ทิชั่น (ผนังกั้นหรือฉากกั้น) ห้องน้ำและสำนักงานนี้คาดว่าผิดจากที่หลายคนคาดหมาย มิโยมารุไม่ได้มาการเอารูปเรขาคณิตมาแทนชื่อผู้ก่อตั้งหรือชื่อที่มีความหมายมงคล แต่เป็นการหาเสียงอ่านมาแทนรูปทรงทั้งสามต่างหาก! 

เรื่องมันเริ่มขึ้นในวันฝนพรำวันหนึ่ง เจ้าของบริษัทมองออกไปนอกหน้าต่างและปิ๊งสัจธรรมของโลกว่า สิ่งต่างๆ บนโลกนี้มีรูปทรงเรขาคณิตเป็นพื้นฐาน  ดังนั้น


"△□○  = โลก = จักรวาล  △□○ เป็นชื่อบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ยู้ฮู้!" 

(ในเว็บอธิบายที่มาชื่อบริษัทอย่างนี้จริงๆ นะ)


หลังจากใช้เวลาเรียงลำดับรูปทรงจนพอใจและสรรหาคำอ่านมาแทนรูปทรงได้แล้วบริษัทสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยมวงกลมจึงได้ชื่อว่า มิโยมารุด้วยประการฉะนี้ (^^;)


 

 

มีที่มาชื่อบริษัทญี่ปุ่นแล้ว ทีนี้ลองดูชื่อบริษัทฝรั่งกันบ้างดีกว่าเนอะ

 

บริษัทภาษาตะวันตกส่วนมากจะเอามาจากชื่อหรือนามสกุลของผู้ก่อตั้งหรือไม่ก็สร้างคำจากการเอาตัวอักษรแรกของคำมารวมกัน เช่น

 

Dell: มาจากชื่อผู้ก่อตั้งคือ  Michael Dell


Adidas: มาจากชื่อผู้ก่อตั้งคือ  Adolf (Adi) Dassler


Ford:  มาจากชื่อผู้ก่อตั้งคือ Henry Ford

 

Ferrari: มาจากชื่อผู้ก่อตั้งคือ Enzo Ferrari


Audi: มาจากการแปลงนามสกุลผู้ก่อตั้ง August Horch เป็นภาษาละติน (ภาษาอังกฤษคือ Hark)

 

BenQ:  มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า Bringing Enjoyment and Quality to life

 

AOL:  มาจาก America Online  แต่เดิมชื่อบริษัท Quantum Computer Services

 

Vodafone: มาจาก Voice, Data, Telefone  เป็นบริษัทโทรศัพท์มือถือแห่งแรกของอังกฤษ (คิดว่าเป็นของญี่ปุ่นมาตลอด)

 

Microsoft: มาจาก Microcomputer Software

 

FedEx: มาจากชื่อบริษัทเดิมคือ Federal Express Corporation 

ที่น่าสนใจกว่าชื่อบริษัท คงเป็นโลโกที่แอบมีลูกศรซ่อนอยู่ระหว่างตัว E กับ X ด้วย (*w*)

 

 

 

นอกจากนี้มีการตั้งชื่อด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การตัดคำ อย่าง

 

Pepsi: มาจากเอ็นไซม์ pepsin...

 

Asus: มาจากม้าบิน Pegasus  เหตุที่ตัดอักษรสามตัวหน้าทิ้งไปเนื่องจากชื่อบริษัทจะได้ขึ้นต้นด้วยตัว A แล้วเป็นบริษัทแรกๆ ที่ลูกค้าจะเห็นเวลาเรียงลิสท์ชื่อบริษัทตามลำดับอักษร 

 

 

และก็มีชื่อบริษัทอีกหลายบริษัทที่ที่มาของชื่อน่าสนใจเกินคาด เช่น

 

HP:  มาจากการโยนเหรียญ... *w*; 

คือ H กับ P นั้นมาจากอักษรตัวแรกของนามสกุลสองผู้ก่อตั้งบริษัทคือ Bill Hewlett กับ Dave Packard  นั่นแหละ แต่ที่ต้องโยนเพราะทั้งสองตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะเอาตัว H ของ Hawlett  ขึ้นก่อนหรือจะเอา P ของ Packard ขึ้นก่อนดีก็เลยใช้วิธีโยนเหรียญตัดสินซะเลย...

 

 

eBay: มาจาก...ความจำใจ 

eBay ไม่ได้ย่อหรือเพี้ยนมาจาก Electronic Buy แต่มาจาก Echo Bay  ทีแรกเจ้าของบริษัท Pierre Omidyar ตั้งใจจะจดชื่อเว็บนี้ในชื่อ EchoBay.com แต่โดเมนนั้นบริษัท Echo Bay Mines Limited  ใช้อยู่ก่อนแล้วจึงต้องเปลี่ยนมาจดในชื่ออื่นที่ใกล้เคียงแทน

 

 

Google:  (ว่ากันว่า) มาจากความผิดพลาดระหว่างจดโดเมนเนม...

Larry Page หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิ้ลผู้หลงใหลในตัวเลขตั้งใจจะจดชื่อเว็บไซต์บริษัทใน ชื่อ googol.com (googol/ กูกอล มีค่าเท่ากับ 10 ยกกำลัง 100 คือ เลข 1 ตามด้วย 0 ร้อยตัวในฐานสิบ = 10,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,
000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000,000) เพื่อแสดงเป้าหมายของบริษัทในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่บังเอิญสะกดคำผิดเป็น google...

เจ้ากรรม ยังไม่มีผู้ใดจดในชื่อนี้  โดเมนเว็บของคุณแลรี่ก็เลยได้ชื่อว่ากูเกิ้ลไปซะงั้น

 

 

Apple: มาจากผลไม้ที่คุณสตีฟ จ็อบชอบกิน

 

Appricot Computers: บริษัทไมโครคอมพิวเตอร์ของอังกฤษ ชื่อเดิมคือบริษัท Applied Computer Techniques (ACT)  แต่เปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็นชื่อผลไม้ (แบบเ Apple และ Acorn) โดยอิงกับตัวอักษรย่อเดิม จึงกลายเป็น Apprico

 

 

Baskin 31 Robbins: ชื่อ Baskin-Robbins มาจากชื่อผู้ก่อตั้ง Burt Baskin & Irv Robbins เจ้าของร้านขายไอศครีมสองร้านในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา คือร้าน Burt's Ice Cream Shop และ Snowbird Ice Cream ส่วนเลข 31 ไม่ได้มาจากจำนวนอายุผู้ก่อตั้ง แต่มาจากจำนวนรสไอศครีม 31 รสที่ขายในร้านหลังจากคุณ Baskin และคุณ Robbins ตัดสินใจเปิดร้านร่วมกันแล้ว 

เลข 31 เป็นเลขนำโชคของยี่ห้อนี้มาตลอด แม้แต่โลโก้ก็มีเลข 31 ประกอบ โลโก้ล่าสุดนั้นขีดในตัว B กับ R อ่านเป็น 31 ได้  หลายโปรโมชั่นของไอศครีมก็ยึดเลข 31 เป็นหลัก เช่น โปรโมชั่นBaskin-Robbins ในมาเลเซียเคยจัดโปรโมชั่นลดราคาไอศครีม 31% สำหรับลูกค้าคนที่ 31 (จะเข้าแถวยังไงให้เป็นคนที่ 31 น้อ???)

ญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศรู้จักร้านไอศครีมร้านนี้ในนาม Thirty One Ice Cream ด้วยซ้ำ

 


 

 

และชื่อบริษัทสุดท้าย ขอปิดท้ายด้วยชื่อบริษัทนี้...

 

Häagen-Dazs: ถามก่อนว่า คิดว่าฮาเก้นดาซมาจากภาษาอะไรและสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหน??? เยอรมัน? เดนมาร์ก?

 

 

ติ๊กต่อก

 

ติ๊กต่่อก

 

...

 

 

คำตอบคือ ฮาเกนด้าซมาจากภาษามั่ว และสำนักงานใหญ่อยู่ในอเมริกา Undecided


 

คือ...ไอศครีมยี่ห้อนี้ไม่ได้เป็นภาษาเยอรมันหรือภาษาแถบแสกนดิเนเวียอย่างที่ (เคย) เข้าใจ

คำนี้เจ้าของบริษัทชาวโปแลนด์ ที่อาศัยในนิวยอร์คคิดขึ้นมาโดยใช้ตัวอักษรและ ตัวสะกดประหลาดๆ แบบภาษาแถบยุโรป ให้ดูเหมือนเป็นสินค้าอิมพอร์ทจากประเทศเดนมาร์กที่มีชื่อเสียงในเรื่อง ผลิตภัณฑ์นม  ในขั้นตอนสร้างแบรนด์ช่วงแรกๆ แม้แต่ลาเบลยังมีภาพแผนที่ประเทศเดนมาร์กประกอบไว้ด้วยทำให้ดูน่าเชื่อถือ อย่างยิ่งเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าด้วยวิธี foreign branding และสร้างเอกลักษณ์ให้ชื่อแบรนด์ชนิดไม่มีวันเหมือนใคร... 

 

 

อนึ่งการผสมคำอย่างใน Häagen-Dazs คือการ "ยำ" อย่างแท้จริง

ไม่มีหลักเกณฑ์ภาษาใดในยุโรป เอามาจับคำนี้ได้ สำหรับคำว่า "Häagen" นั้น คำในภาษาดัทช์ส่วนมากใช้สระประสม แต่ภาษาดัทช์จะไม่วางอุมเล้าท (umlaut) หรือจุดๆ สองจุดบนตัวอักษรลักษณะนี้  ในวิกิพีเดียว่าไว้ว่าถ้าเอา umlaut ออกเป็น Haagen จะแปลว่า "Of The Hague"  ซึ่งความหมายก็ยังชวนมึนงงอยู่ดี  (-_-; 意味不明!!!)

ส่วนวิธีวางตัวสะกด zs อย่างในคำว่า "Dazs" พบแต่ในภาษาฮังการี แต่คนฮังการีก็แปลคำนี้ไม่ออกเหมือนชาวดัทช์...ดังนั้นคำนี้จึงไม่มีความ หมายโดยสิ้นเชิง!

 

ทั้งนี้การ "ยำ" นี้ฟังดูเหมือนง่ายแต่แท้จริงก็ไม่ง่าย ลูกสาวผู้ก่อตั้งให้สัมภาณ์ในรายการสารคดี An Ice Cream Show ของ PBS ว่า พ่อตนใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ เอ่ยเสียงประหลาดๆ ในครัว กว่าจะผสมคำที่ชอบออกมาเป็นฮาเก้นดาซที่ฟังดูดี & เท่ได้แบบนี้

 

 

 

 

เรื่องหลังนี้อาจจะสอนให้รู้ว่า

ถึงจะมั่ว...มั่วให้ออกมาดีมันก็ไม่ง่าย และ แม้แต่คนอเมริกันเองก็เห่อของนำเข้าเหมือนกัน...Cry 

 


 

 

 

เขียนมายาว (มาก) พอสมควรแก่หน้าบล็อกแล้ว

ยังไงสนใจอ่านเพิ่มเติม ขอเชิญที่บทความฉบับเต็มของพี่โบว์ - ฮายาชิ คิซาระ ใน “ที่มาชื่อบริษัทญี่ปุ่น” 

และหาข้อมูลเพิ่มได้ใน Yurai.jp  และ  Wikipedia.org  ค่ะ ^^

 

 

แถม

มียี่ห้อนมยี่ห้อหนึ่งชื่อ กิวกิวกิวนิว ด้วย แปลว่า นมกิวกิว น่ารักดี

แต่ปัจจุบันเลิกขายไปแล้ว


 โลโก้น่ารักมั่กๆ

 


แถม 2

ช็อคโก แลตยี่ห้อ Godiva ของเบลเยี่ยม มาจากชื่อของคุณหญิงโกไดว่า (Lady Godiva) ภริยาผู้ครองแคว้นโคเวนทรีของอังกฤษ ตามตำนานท้องถิ่นว่ากันว่าเลดี้เปลื้องผ้าขี่ม้ารอบเมืองตามพนันกับสามี เพื่อให้สามีเลิกเก็บภาษีจากชาวบ้านในเขตที่ดิน

จะเห็นได้ว่าโลโก้เป็นรูปผู้หญิงเปลือยกายขี่ม้าค่ะ

 


อ้อ ตั้งแต่ปี 2008 ช็อกโกลาเทียร์นี้ไม่ใช่ของเบลเยียม แต่เป็นของบริษัทตุรกีแล้วล่ะ

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

ไม่เคยทราบมาก่อนเลยนะครับ..

อ่านเพลินเลย สนุกคิดมากเลยครับ555+big smile big smile big smile
ขอบคุณครับ พอทราบมาก่อนบางชื่อ...

พอดีคุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เคยไปค้าแข้งที่เกาหลี
กับสโมสร Lucky Goldstar ก็เลยทราบพอดี big smile

#2 By DurianGuan ป่วนรัก on 2011-03-31 12:26

อ่านเพลินมาก อ่านไปฮือฮาตามไปด้วย เพราะไม่เคยรู้ที่มาของชื่อเลย ทั้งที่ก็คุ้นชินทุกชื่อ

ขอบคุณนะจ๊ะ big smile Hot!

#3 By maebin on 2011-04-02 01:42

Hot! Hot! อ่านเพลิน
ขออนุญาติแอด fav.นะคะconfused smile

#4 By Kanya on 2011-06-17 01:11