อยากเขียนหนึ่งหรือสองเอ็นทรี่ถึง KOKIA มานานแล้ว
ด้วยความชอบบางเพลงของเธอเอามากจึงขอลงเนื้อร้องพร้อมคำแปลแนบมาด้วย...
 
ยังไงเอ็นทรี่นี้ไม่ต้องอ่านและฟังเพลงให้จบภายในหนึ่งครั้งหรอกนะคะ  ^^;
 
 
 
 
 
 
Track 1: 
 
คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ KOKIA มาบ้าง แต่หลายๆๆๆๆๆ คน (แม้แต่คนญี่ปุ่นเอง) ก็คงไม่เคย
 
 
KOKIA เป็นศิลปินหญิงคุณภาพชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะดัง
เธอเริ่มฝึกร้องเพลงตั้งแต่สิบขวบและเรียนร้องโอเปร่าเสียงโซปราโนก่อนผันตัวมาร้องป็อบ  ฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าพลังเสียงจะเป็นอย่างไร  อย่างไรก็ตามเพลงของเธอออกแนวหวานๆ นิ่มนวลมากกว่าโชว์พลังเสียง
 
 
นอกจากร้องเพลง โคเคียเริ่มเรียนไวโอลินตั้งแต่สองขวบครึ่งแต่สนุกกับการเล่นเปียโนและแต่งเพลงประกอบนิทานภาพมากกว่าอย่างอื่น หลังเดบิวต์โคเคียเป็นศิลปินคนหนึ่งที่ทั้งร้องและแต่งเนื้อเพลงด้วยตนเองทำให้เพลงของเธอแสดงความเป็นตัวเธอออกมาอย่างเต็มที่
 
ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเนื้อเพลงที่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วยการการเล่นคำในเนื้อเพลง เช่น กลับตัวอักษรในคำ (จะว่าไปแล้ว แม้แต่ชื่อ KOKIA ก็มาจากการกลับตัวอักษรจากชื่อจริงคือ AKIKO) ใส่โค้ดจากการแทนอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัวเลข  ร้องจากพยางค์สุดของประโยคมายังพยางค์แรกสุด  ร้องเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (เพลงของโคเคียใช้ภาษาอังกฤษน้อยมากถ้าเทียบกับศิลปินคนอื่น)  
 
 
รวมถึงร้องด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษามนุษย์เอาเสียเลย
 
 
 
 
 
บางทีความแปลกตรงนี้กระมังที่ทำให้เพลงของเธอโดนใจหลายคนและไม่โดนใจอีกหลายๆ คน
หรืออาจจะโดนใจอีกหลายคนมากขึ้น ถ้าเธอสาว สวย เซ็กซี่และได้รับการโปรโมตมากกว่านี้...???
 
 
 
 
เอาเถอะค่ะ เกริ่นมามากแล้ว มาลองฟังเพลงของเธอบ้างดีกว่า
เพลงแรกที่จะขอนำเสนอ  
เป็นเพลงที่แปลเนื้อเพลงระหว่างฟังทีไรก็อยากจะส่งให้ใครไม่ก็ใครฟังทุกที 
 
 
 
Watashi ni Dekiru Koto
 

สี่ปีก่อน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ปี 2007 เกิดแผ่นดินไหวจูเอ็ทสึระดับ 6.6 ริกเตอร์ที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดนีงาตะ  เมืองคาชิวาซากิที่ได้รับผลกระทบรุนแรงนั้น บ้านสองหมื่นกว่าหลังไม่มีไฟฟ้า แก๊สและน้ำใช้ บ้านเรือน ร้านค้า สินค้าจำนวนมากพังทลาย ชาวเมืองต้องอพยพไปอยู่ตามจุดประสบภัยต่างๆ  โบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่งได้รับความเสียหายภายในชั่วเวลาครู่เดียว  
 
 
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกใจและยังคงหลงเป็นความเจ็บปวดลึกๆ ต่อมาของชาวเมืองดังบทสัมภาษณ์คุณยายคนหนึ่งว่า "นึกถึงตอนนี้ก็ยังขนลุกอยู่เลย" เช่นเดียวกับเด็กนักเรียนชั้นประถมคนหนึ่งบอกว่า "ถึงหลับตาก็ยังคิดถึงขึ้นมา ตอนกลางคืนนอนไม่หลับเลย" 
 
 
 
 
สามวันหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว โคเคียได้รับอีเมล์จากแฟนเพลงที่เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยว่า
 
"พอมองดูเมืองที่พังทลายความรู้สึกไม่สบายใจก็ถาโถมเข้ามา แต่แม้แต่ในเวลาเช่นนี้ก็ยังได้รับกำลังใจ รวมถึงพลังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจากเพลงของคุณโคเคีย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ"
 
 
 
พอได้อ่านดังนั้นสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในใจคือ "ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้เลยเหรอ?"  เมื่อเธอพบว่ามีสิ่งที่เธอทำได้อยู่ เธอจึงเริ่มลงมือแต่งเพลงด้วยความรู้สึกเหมือนตอบจดหมายว่า "คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ทุกคนให้กำลังใจกันและพยายามเข้านะ"  
 
 
 
ด้วยสถานการณ์รีบเร่งโคเคียจึงรีบเขียนเพลงภายในระยะเวลาสองชั่วโมงและแนบเพลงไปกับคำตอบอีเมล์ในคืนนั้น  วันต่อมาผู้หญิงคนนั้นได้เอาเพลงไปให้สถานีวิทยุท้องถิ่น FM Pikkara เปิดให้ชาวเมืองคาชิวาซากิฟัง
 
 
 
ถ้ามีเวลาที่น่าจะแปลเพลงนี้เป็นภาษาไทย สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เช่นนี้คงเหมาะกับการแปลและโพสต์เพลงนี้ให้เพื่อนคนไทยอ่านมากที่สุดแล้วล่ะมั้ง
 
อย่างน้อยก็เนื้อหาก็ตรงใจเราที่สุดนะ...
 
 
 
 
คลิปแรกคือรายการ Daremo shiranai Nakeru Uta (เพลงเรียกน้ำตาที่ไม่มีใครรู้จัก) เป็นแหล่งอ้างอิงถึงที่มาเพลงและบทสัมภาษณ์ที่เขียนไว้ข้างต้น ออกอากาศเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2008  เป็นเวลาหนึ่งปีครึ่งให้หลังจากที่โคเคียแต่งเพลงแต่กลับมีแขกรับเชิญรายการคนเดียวที่รู้จักเพลงนี้
 
ส่วนเพลงและไลฟ์โคเคียเริ่มตั้งแต่นาทีที่ 4:53 เป็นต้นไปค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
คลิปที่สองเป็นคลิปกระตุ้นแรงใจชาวเมืองที่ใช้เพลงโคเคียประกอบ เสียงเธอใสมาก
(ดูแล้วอยากแปลเนื้อปาในคลิปมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านบ้างเพราะดูเหมาะกับสถานการณ์เหลือเกิน)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จะคลิกฟังคลิปไหนก็ได้นะคะ และนี่เนื้อเพลง...
 

 
 
Watashi ni Dekiru Koto
 
(สิ่งที่ฉันทำได้)
 
 

遠く離れててもあなたを想ってる
Tookuhanaretetemo anata wo omotteru 
ถึงอยู่ห่างกันไกล ฉันก็ยังนึกถึงเธออยู่เสมอ

 

そんな私の気持ちが届いたらいいな
Sonna watashi no kimochi ga todoitara iina 
หากความคิดถึงนี้ไปถึงเธอก็ดีสินะ

 

ふとした偶然で今交わった人生
Futoshita guuzen de ima majiwatta jinsei 
ชีวิตเราที่ได้ผ่านมาเจอกันโดยบังเอิญ

 

だから私にも何か出来ることあるかな
Dakara watashi ni mo nanika dekiru koto aru kana 
มีอะไรที่ฉันพอทำเพื่อเธอได้บ้างรึเปล่านะ

 

支えてくれたのはいつだって誰かの言葉
Sasaete kureta no wa itsudatte dareka no kotoba 
สิ่งที่ช่วยทำให้ฉันยืนหยัดต่อไปได้คือคำพูดของใครสักคนในช่วงเวลาหนึ่ง

 

優しい励ましが心にすっと染み込んだ
Yasashii hagemashi ga kokoro ni sutto shimi konda 
คำให้กำลังใจแสนอ่อนโยนได้ตราตรึงอยู่ในหัวใจตลอดมา

 

だから今私からもこの言葉を贈りたい
Dakara ima watashi kara mo kono kotoba wo okuritai 
ฉะนั้น คราวนี้ฉันก็อยากส่งคำเหล่านี้ไปถึงเธอบ้าง

 

一人じゃないよ
Hitori janai yo
“เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ

 

何も出来ないけど
nanimo dekinai kedo
ถึงฉันจะทำอะไรไม่ได้มากก็ตาม

 

辛い時こそ心に歌を掲げて
tsurai toki koso kokoro ni uta wo kakagete 
ในเวลาที่ทุกข์ทรมานนี่แหละให้คิดถึงเสียงเพลงอยู่ในหัวใจ

 

頑張って欲しい
Ganbatte hoshii
อยากให้เธอพยายามต่อไป

 

乗り越えて欲しい
norikoete hoshii
อยากให้เธอผ่านมันไปให้ได้”

 

届いて欲しいこの気持ち
todoite hoshii kono kimochi 
ความรู้สึกที่อยากฝากให้เธอเหล่านี้

 

あなたに贈る歌
Anata ni okuru uta
ขอส่งมาพร้อมกับเสียงเพลง

 

私に出来ること
watashi ni dekiru koto 
และนี่คงเป็นสิ่งที่ฉันพอจะทำได้

 

どんな励ましならあなたに届くだろう
Donna hagemashi nara anata ni todoku darou
จะให้กำลังใจเธอได้อย่างไรนะ

 

思い浮かばないままに時間が過ぎていく
Omoiukabanai mama ni jikan ga sugite yuku 
ระหว่างที่ยังคิดอะไรไม่ออก เวลาก็ล่วงเลยผ่านไป

 

支えてくれたのはあの時のあなたの言葉
Sasaete kureta no ha ano toki no anata no kotoba 
สิ่งที่ช่วยทำให้ฉันยืนหยัดต่อไปได้คือคำพูดของเธอ ณ ตอนนั้น

 

優しい励ましが心にすっと染み込んだ
Yasashii hagemashi ga kokoro ni sutto shimikonda 
คำให้กำลังใจแสนอ่อนโยนได้ตราตรึงอยู่ในหัวใจตลอดมา

 

だから今度は私からもこの言葉を贈りたい
Dakara kondo ha watashi kara mo kono kotoba wo okuritai 
ดังนั้น คราวนี้ฉันจึงอยากเป็นฝ่ายส่งคำเหล่านี้ไปถึงเธอบ้าง

 


一人じゃないよ
Hitori janai yo
“เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ

 

何も出来ないけど
nanimo dekinai kedo
ถึงฉันจะทำอะไรไม่ได้มากก็ตาม

 

辛い時こそ誰かと支え合って
tsurai toki koso dareka to sasaeatte 
ในเวลาที่ทุกข์ทรมานนี่แหละที่ต้องพยายามไปด้วยกันกับใครสักคน

 

頑張って欲しい
Ganbatte hoshii
อยากให้เธอพยายามต่อไป

 

乗り越えて欲しい
norikoete hoshii
อยากให้เธอผ่านมันไปให้ได้”

 

届いて欲しいこの気持ち
todoite hoshii kono kimochi 
ความรู้สึกที่อยากฝากให้เธอเหล่านี้

 

あなたに贈る歌
Anata ni okuru uta
ขอส่งมาพร้อมกับเพลง