[RW] Babies กว่าเด็กจะโต

posted on 31 Oct 2011 04:11 by apelox in Review
 
 
 
เมื่อวาน ฉีเจินเดินเข้ามาในครัวเพื่อให้ยืมดีวีดีหนังสารคดีหนึ่งแผ่น
เธอว่าคุณแม่ของเด็กที่เธอไปสังเกตุการณ์ให้ยืมมาอีกที 
 
เพื่อนข้างห้องคนนี้เธอมีโปรเจ็คประจำเทอมเป็นการสังเกตุปฏิกริยาของเด็กอายุต่ำกว่าหนึ่งขวบที่มีต่อมารดา  ถึงจะยุ่งยากในช่วงแรกแต่สุดท้ายเธอก็หาคุณแม่ที่จะยอมให้เธอไปนั่งจ้องลูกที่บ้านได้หนึ่งคน  นอกจากจะอนุญาต ขับรถมารับตอนเธอหลงทางแล้ว  
 
ในสัปดาห์นี้ คุณแม่ผู้ใจดีคนนั้นยังให้เธอยืมดีวีดีที่น่าจะมีประโยชน์ต่อการเรียนมาแผ่นหนึ่งด้วย
 
 
ดีวีดีนั้นมีชื่อเรื่องว่า Babies
 
 
 
 
 
 
 
ฉีเจินบรรยายสรรพคุณเรื่องนี้ในไม่กี่ประโยคว่า
 
 
"ดูแล้วจะเห็นว่าวิธีเลี้ยงเด็กของแต่ละประเทศแตกต่างกัน"
 
"ฉันดูเมื่อวานหนึ่งรอบ  วันนี้ก็เพิ่งดูจบไปอีกรอบเมื่อตะกี้นี้เอง"

 
และ
 
 
"หนังดีมาก ลองดูให้ได้นะ"
 
 
 
 
 
 
 
 
ผ่านไปหนึ่งวัน วันนี้เราก็ได้นั่งลงดู Babies เสียที
 
มีเทรลเลอร์ให้ดูนิดหน่อยด้วย หากใครสนใจจะดูประกอบ
 
 
 
 
 
 
 
 
สรุปเนื้อหาสั้นๆ คือเป็นหนังสารคดีจากฝรั่งเศสเกี่ยวกับ
เด็กทารก ๔ คนจาก ๔ ประเทศ ประกอบด้วย Ponijao จากประเทศนามิเบีย (อยู่ในแอฟริกาใต้)  Bajar จากประเทศมองโกเลีย Mari จากประเทศญี่ปุ่น และ Hattie จากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันแรกเกิดจนถึงเริ่มเดินได้
 
 
เนื้อหากับความประทับใจโดยรวมๆ นั้นเป็นอย่างที่ฉีเจินว่าจริงๆ คือ
 
"ดูแล้วจะเห็นว่าวิธีเลี้ยงเด็กของแต่ละประเทศแตกต่างกัน"
 
และ
 
"หนังดีมาก ลองดูให้ได้นะ"
 
 
 
 
 
 
หนังสารคดีเรื่องนี้อาจจะไม่ได้มีอะไรให้พูดถึงอย่างมีสาระมากนักสำหรับคนดูที่ไม่รู้วัฒนธรรมการเลี้ยงเด็กของแต่ละที่ ไม่รู้ทฤษฎีการเลี้ยงเด็ก และไม่เคยเป็นพ่อแม่คนมาก่อน
 
แต่สิ่งที่น่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ "เป็นหนังน่ารักๆ ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง"  
อย่างน้อยก็มีอีกอย่างน้อยสองประเด็นสั้นๆ ที่อยากพูดถึง  
 
แรกเลยคือ
 
 
 
 
 
ความอาร์ทของหนัง
 

 
 
 
 
 
"ภาพหนึ่งภาพแทนคำหนึ่งพันคำ"
 
คงจะเป็นคำกล่าวที่เหมาะมากสำหรับเรื่องนี้
 
หนังสารคดีเรื่องนี้ไม่มีคำบรรยายโดยผู้บรรยายและไม่มีคำบรรยายซับไตเติ้ล
สาเหตุที่ไม่มีซับไตเติ้ลนั้นไม่ใช่เพราะทุกคนพูดเป็นภาษาอังกฤษและดีวีดีนี้จำหน่ายในอังกฤษ แต่เป็นเพราะทุกคนแทบจะไม่พูดอะไรเลย  หรือถึงพูดอะไรออกมาเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง คนดูก็เข้าใจ
 
ภาษากายจากใบหน้าและท่าทางของตัวทารกแต่ละคน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และสัตว์ที่อยู่ในเรื่องล้วนสื่อเรื่องราวมากกว่าคำพูดจากหนังเรื่องอื่นที่ฟังเข้าใจเสียอีก
 
 
 
ไม่เพียงแต่ไม่มีคำบรรยายยืดยาวจากผู้บรรยายเท่านั้น ข้อมูลที่ให้ระหว่างดูก็มีน้อยมาก ไม่มีชื่อพ่อแม่ ไม่มีชื่อสถานที่ที่แต่ละคนไป  ไม่มีคำอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
 
อาจจะเป็นเพราะสาเหตุที่แทบไม่มีข้อมูลอะไรเลยล่ะมั้ง คนดูอย่างเราเลยสามารถทุ่มความสนใจอย่างเต็มที่ให้ภาพเด็กและกิจกรรมที่เกิดขึ้นตรงหน้าที่กล้องกำลังโฟกัสอยู่ได้ โดยปราศจากความลำเอียงที่อาจเกิดขึ้นจากการบรรยาย  ความคิดวิจารณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการรับรู้รายละเอียดของกิจกรรมและสถานที่  หรือถึงมีก็คงน้อยมาก
 
 
หนังเรื่องนี้ไม่ได้ตัดสินอะไร แค่เสนอความจริงหนึ่งจากสี่มุมของโลก ความจริงต่างกัน ความจริงที่เหมือนกันและ ความจริงที่เราไม่เคยรู้มาก่อน
 
 
ระหว่างดู เราจึงอมยิ้มกับความไร้เดียงสา ขำขันกับพฤติกรรมของเด็กๆ ทารกที่บางทีก็ทำให้นึกย้อนไปถึงอดีตของตัวเอง (เช่นชอบดึงหางหมาหรือเอาแปรงไปเคาะมันแต่มันก็ไม่กัด)  อดีตของเด็กที่เราเคยเห็นหรือรู้จัก  รวมทั้งทึ่งกับพฤติกรรมที่คล้ายกันของเด็กต่างสัญชาติ  
 
ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะมาจากประเทศที่เราไม่เคยรู้จักเลยก็ตาม
 
 
 
 
 
อีกเรื่องที่รู้สึกระหว่างดูและดูจบคือ
 
 
 
 
กว่าเด็กจะโตนั้นมันยาก

 
 
 
 
 
เป็นความจริงที่ใครก็คงจะรู้อยู่แล้ว  แต่พอได้ดูเรื่องนี้ก็ยิ่งได้ตระหนักมากขึ้น  
 
 
เพราะเรื่องนี้แสดงให้เห็นชัดตลอดเวลาว่าไม่ว่าเด็กจะเกิดที่ไหน  ผิวดำหรือขาว ผมดำหรือทอง จะเป็นลูกคนเดียวหรือมีพี่น้องสิบคน  พ่อแม่จะเลี้ยงด้วยนมผงหรือนมแม่  พื้นบ้านจะเป็นดินเป็นทรายเป็นอิฐหรือเป็นปาเก้  จะกินข้าวกินขนมปังหรือเศษดิน  จะไม่มีของเล่นสักชิ้นหรือมีของเล่นกองเต็มบ้าน 
 
ไม่มีเด็กคนไหนโตขึ้นมาได้ด้วยตัวคนเดียว
 
 

 
ในหนังนั้นถึงบางฉากจะไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย  
แต่ก็แทบไม่มีนาทีไหนในหนังที่ผ่านไปโดยมีแค่ภาพเด็กคนเดียว  
 
เวลาในการถ่ายทำเรื่องนี้กินแค่ระยะเวลาประมาณหนึ่งปีกว่าๆ
แต่ในหนึ่งชั่วโมงที่นั่งดูอยู่นี้กลับทำให้รู้สึกว่ามันต้องใช้คน เวลา กิจกรรม ความอดทน ความรัก ความผูกพันธ์มากเหลือเกินกว่าเวลาแค่หนึ่งปีกว่าจะผ่านไป
 
 
 
แล้วมันจะเป็นคนจำนวนเท่าไร ปริมาณเวลาแค่ไหน กิจกรรมขนาดไหน ความอดทน ความรัก ความผูกพันธ์เท่าใดกันนะ กว่าจะเลี้ยงเด็กให้โตขึ้นมาได้หนึ่งคน?  
 
แล้วยังจะเป็นความโชคดีแค่ไหนที่เด็กคนนั้นจะรอดมาตอนคลอด รอดจากโรคภัย รอดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอย่างสัตว์ทำร้าย ล้มกลิ้ง ไฟช็อต    
 
กว่าเด็กตีนเท่าฝาหอยคนนั้นจะกลายเป็นตัวเรา  กลายเป็นฉีเจิน  กลายเป็นเพื่อนเรา กลายเป็นคนที่ชอบ  กลายเป็นคิทเช่นเมทหนุ่มข้างห้องที่ซกมก  กลายเป็นเด็กป.ตรีที่ชอบปาร์ตี้เสียงดัง กลายเป็นพนักงานบริษัทคนหนึ่ง กลายเป็นเด็กแว๊น  กลายเป็นผู้หญิงที่โดนข่มขื่น  กลายเป็นผู้ลี้ภัยในชายแดน กลายเป็นคนที่ต้องตายในสนามรบ... 
 
 
 
 
ดูแล้วก็พอเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ขึ้นมาว่า ทำไมถึงเป็นห่วงลูกนักหนา ทำไมถึงเป็นเดือดเป็นแค้นเมื่อลูกเจ็บหรือโดนทำร้าย  และจะรู้สึกเศร้าแค่ไหนถ้าลูกต้องตายไป...
 
 
 
ในขณะเดียวกันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าชีวิตที่ทุกคนมีอยู่นี้  
ถึงบางครั้งมันจะดูเฮงซวยแค่ไหน แต่ชีวิตมันก็ช่างมีค่าเหลือเกิน...
 
 
 
 
 
ยังไงถ้าเจอก็ลองดูให้ได้นะคะ "Babies"
 
หนังสารคดีที่ไม่น่าเบื่อ ฉากสวย มุมกล้องน่ารัก
นอกจากความสบายใจอาจจะทำให้รักพ่อแม่ตัวเองและรักชีวิตขึ้นมาอีกนิดด้วย ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล.สถานการณ์น้ำท่วมดูแย่ลงทุกที  ขอให้ปลอดภัยกันนะคะ...
 

Comment

Comment:

Tweet

เคยเห็นโฆษณาเรื่องนี้เหมือนกัน และเคยตั้งใจว่าจะดู และก็ลืมดู แต่วันนี้จะต้องไปหามาดูให้ได้แน่ๆค่ะ ^^

#4 By Kanya on 2011-11-22 22:23

This article is written in,I was looking for the information.Thank you and your share this articl at here.
Cheap Air Jordan Shoes air jordan shoes sale
Cheap Moncler moncler mens jackets
Cheap women moncler Cheap Men Moncler
Moncler Jackets Moncler Jackets sale
Moncler Sweater Sale Mens Moncler Sweater http://www.cheapmonclers2u.com

#3 By safsfa on 2011-11-10 10:05

กว่าเด็กจะโตนี่ยากจริง ๆ ด้วยนะครับ
ใครที่มีลูกแล้ว ยิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งแน่ big smile

ป.ล. ช่วงนี้เงียบหงอยหน่อยนะครับ ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำท่วมกันเยอะเลย

#1 By DurianGuan ป่วนรัก on 2011-11-04 21:16