หายไปนานเลยทีเดียว วันนี้กลับมาพร้อมกับเพลงญี่ปุ่นสี่เพลงพร้อมคำแปล
บางเพลงเลือกมาตั้งใจให้เป็นเพลงฟังเข้ากับเทศกาลในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ไปด้วยเลย
 
จริงๆ จุดประสงค์หลักคืออยากทำตัวเป็นดีเจแนะนำเพลงๆ ที่คิดว่าเพราะให้ฟัง แต่ในเมื่อมันเป็นภาษาต่างชาติก็เลยแถมคำแปลมาให้ด้วย เผื่อใครจะอินกับเนื้อหา
 
 
เพลงเกือบทั้งหมดยกเว้นเพลงสุดท้ายเป็นของนักร้องญี่ปุ่นชื่อ KOKIA 
จขบ.เคยพูดถึงเธอไปแล้วครั้งหนึ่งในเอ็นทรี่  เพลงเพราะๆ ซึ้งๆ แปลกๆ ของโคเคีย
 
 
 
 
สรุปสั้นๆ คือ KOKIA มีชื่อจริงว่า AKIKO เป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่ฝึกร้องเพลงโอเปร่าและเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก  ไม่ใช่นักร้องดังถล่มทลาย คนญี่ปุ่นเองก็ยังรู้จักเธอน้อย แต่เธอก็มีผลงานดีๆ ออกมาให้แฟนๆ ทั่วโลกฟังอยู่เรื่อยๆ 
 
เพลงที่โคเคียแต่งมีทั้งเพลงประกอบอนิเมะ เพลงผสมเพลงพื้นบ้านทางยุโรป เพลงไม่มีความหมาย และเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อผู้ประสบอุบัติภัยตามที่เคยเขียนถึงไปในคราวก่อน  
เนื้อหาส่วนมากคล้ายกันก็คือให้กำลังใจ บางเพลงขอให้เศร้าให้เต็มที่แล้วลุกขึ้นมาใหม่ ให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ให้มองโลกในมุมที่ต่างไป (ซึ่งส่วนมากก็เป็นมุมที่ดี) คล้ายๆ กัน
 
พอไม่ใช่เพลงเอาใจตลาด ก็จะมีข้อดีอยู่คือหลายเพลงจะมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ และบางเพลงก็จะถึงใจจริงๆ 
 
 
 
 
เริ่มจากเพลงแรกนะคะ
 
 
I Believe Umi no Soko kara

(I Believe 海の底から)
 

 
จขบ.ชอบเพลงนี้ตรงที่เป็นเพลงเสียงหวานๆ แม้แต่ในคอนเสิร์ตโคเคียเองก็ยังรักษาระดับเสียงและความใสได้ไม่เสื่อมคลาย  ช่วงที่เศร้าก็ได้เพลงนี้ช่วยมาบ่อยๆ โดยเฉพาะท่อนสุดท้าย
หากใครจมอยู่ก็ขอให้เชื่อมั่นและทำให้ดอกไม้ผลิบานให้ได้อย่างเนื้อเพลงนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
I believe จากก้นบึ้งมหาสมุทร

 

ช่วยมาหาฉันหลังจากน้ำตาแห้งเหือดไปทีนะ
ฉันพยายามเช็ดแต่น้ำตากลับไหลลงข้างแก้มที่บิดเบี้ยวไม่ขาดสาย
อันที่จริงไม่มีอะไรต้องซ่อนหรอก
เพียงแค่ไม่อยากให้เธอเห็นท่าทางขมขื่นเช่นตอนนี้

 

ยังคงฝันอยู่ ในเบื้องลึกมหาสมุทรอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้
ล่องลอยไปมาท่ามกลางแสงตะวันฉาย

จากก้นบึ้งลึกเหลือคณาของห้วงมหาสมุทร
ฉันเชื่อว่าเสียงแผ่วเบานี้คงดังไปถึงเธอ
ถึงฉันจะจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ เช่นนี้ก็ตาม

 

ไม่ว่าใครก็ข้ามผ่านมหาสมุทรผืนนี้
สถานที่ที่ทั้งมืด ทั้งเย็นยะเยือกและน่าอัศจรรย์
ทั้งที่หลงทางอยู่แท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกสบายใจกันนะ?
สูดหายใจเข้า แล้วแหวกว่ายขึ้นไปทางฟองคลื่น
จากก้นบึ้งลึกเหลือคณาของห้วงมหาสมุทร

 

ฉันเชื่อว่าเสียงแผ่วเบานี้คงดังไปถึงเธอ
ถึงฉันจะจมดิ่งไม่มีสิ้นสุดอย่างนี้ก็ตาม
ด้วยความเศร้าหนึ่งหยาดที่หยดลง
ฉันจะทำให้ดอกไม้ใต้ทะเลผลิบานให้เธอเห็นเอง แน่นอน

 

ฉันเชื่อว่าเสียงแผ่วเบานี้คงดังไปถึงเธอ
ถึงฉันจะจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ อย่างนี้ก็ตาม
ด้วยความเศร้าหนึ่งหยาดที่หยดลง
ฉันจะทำให้ดอกไม้ใต้ทะเลผลิบานให้เธอเห็นเอง แน่นอน

 

ฉันเชื่อว่าแม้ต้องหลั่งน้ำตาและสูญเสียอะไรไป
จะต้องมีวันหนึ่งที่พูดได้เต็มปากว่า “เป็นอย่างนั้นนั่นแหละดีแล้ว”
ทุกสิ่งถือกำเนิดขึ้นจากมหาสมุทรแห่งนี้
จนกระทั่งวันที่เราต้องหวนกลับคืน
ขอให้เธอจงเชื่อมั่นในตนเอง

 

ฉันเชื่อว่าแม้ในวันคืนอันมืดหม่น
เสียงเธอยังคงบันดาลแสงแห่งความหวัง
พาฉันออกจากที่นี่ และนำทางไปยังสถานที่สักแห่ง
ที่ฉันสามารถหายใจและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

 
 
 
 
เคยเห็นคลิปเพลงนี้พร้อมคำแปลภาษาไทยในยูทูป 
น่าดีใจที่มีคนชอบและทำออกมา แต่ลองดูแล้วรู้สึกคำแปลไม่ค่อยจะถูก อย่างน้อยก็ไม่ค่อยถูกตามที่เราเข้าใจสักเท่าไรก็เลยลองแปลใหม่เองดู
 
 
การ์ตูนประกอบคลิปคือเรื่อง 5 Centimetres Per Second ของคุณชินไค มาโคโตะ
เป็นอนิเมสั้น ๓ ตอนที่ทั้งสวย เนื้อหาดี และจริงมากทีเดียว  
อันที่จริงเพลงประกอบของอนิเมคือเพลง One More Time, One More Chance แต่ว่าเพลงนี้ก็เหมาะดีเนอะ 
 
 
 
 
 
 
 
เพลงต่อมาเป็นเพลงประกอบอนิเมของแท้
 
 
 
 
Karma

 
Opening Theme ภาคแรกของ Phantom Requiem for the Phantom 

 
 

 
 
 
 
ฟังแล้วประทับใจมากเลยไปไล่ดูอนิเมต่อซะงั้น  แต่ก็ดูไปได้ภาคเดียวตามประสาคนขี้เกียจตามซีรีย์
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นที่ถูกองค์กรใต้ดินล้างสมองให้เป็นนักฆ่าฝีมือดี มีฉายาว่า Phantom 
สนุกแบบดาร์คๆ ดีถึงหลายตอนจะเว่อร์แปลกๆ ก็ตามที
 
เนื้อหาเพลงเขาว่าอย่างนี้ล่ะค่ะ
 
 
 
 
 
 
 

 

กรรม

 

 

กรรม ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ย้อนกลับไปมา
เราก็ค่อยๆ จมดิ่งลง

 

กรรม กายนี้เป็นดั่งขดเกลียวที่หมุนวน 
ต่อให้เกิดใหม่สักกี่หนก็ยังคงวนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น

 

เอ่เอ๊ เอ่เอ๊   ทำให้สิ้นสุดเถิด
เอ่เอ๊ เอ่เอ๊  อย่างสงบ

ด้วยเจตจำนงค์ของเราเอง

 

กรรม แม้กระทั่ง ณ ตอนนี้ที่กำลังหลบหนีมาจากทุ่งร้างแห่งการลืมเลือน 
ก็ยังนึกไม่ออก

 

กรรม ทุกครั้งที่สืบเสาะหาความทรงจำ 
ต้องคลาดสายตา ณ จุดเดิมร่ำไป

 

เอ่เอ๊ เอ่เอ๊  อย่าจับไว้เลย
เอ่เอ๊ เอ่เอ๊  ระหกระเหินไปมา

 

เอ่เอ๊ เอ่เอ๊  ทำให้สิ้นสุดเถิด
เอ่เอ๊ เอ่เอ๊  อย่างสงบ
 

ด้วยเจตจำนงค์ของเราเอง

ราตรีสวัสดิ์

 
 
 
 
 
 
คิดว่าเข้ากับวันอาสาฬหบูชาดีมั้ยน้อ???
 
ฟังทำนองเพลงแล้วอาจจะรู้สึกเหมือนการหยุดกรรมตรงนี้น่าจะเป็น (ฆ่าตัว) ตาย
เอาเข้าจริงๆ ตามพุทธศาสนาทางที่จะหลุดพ้นจากกรรมได้ก็มีแต่นิพพาน ดับทุกข์ ไม่สร้างภพสร้างชาติขึ้นมาอีกรึเปล่านะ เพื่อที่จะได้ราตรีสวัสดิ์และลาจากกันอย่างชั่วนิรันดร์ ไม่ต้องวนเวียนเป็นทุกข์อยู่กับกายใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ 
โดยจะดับทุกข์ได้ก็ต้องมีใจที่แข็งแกร่งเหมือนเพชรที่จะตัดขาดจากเหตุแห่งทุกข์เป็นเจตจำนงค์ของเราเองอย่างแน่วแน่ 
 
เอ แต่ประเด็นนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเอ็นทรี่นี้นา ^^;
 
 

 

 

ผ่านเพลงสำหรับอาสาฬหบูชาไปแล้วจากนั้นก็เป็นเพลงสำหรับวันแม่กันดีกว่า

ของโคเคียเช่นเดิม  แต่ไม่เชิงระลึกคุณแม่หรอกค่ะ เป็นแม่สอนลูกซะมากกว่า

 

Story of Two Daughters

 

คลิปเพลงนี้โคเคียร้องในคอนเสิร์ตเมื่อหลายปีมาแล้ว  เธอเล่าให้ฟังว่าเธอแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากประสบการณ์สมัยเด็กของตัวเอง ที่อิจฉาและทะเลาะกับพี่สาวตัวเองบ่อยๆ  แม่เธอจึงสอนว่าดังเนื้อหาเพลงนี้

 

 

 

 

เรื่องราวของลูกสองคน

 

 

"(กาลครั้งหนึ่ง) มีลูกสาวอยู่สองคน อายุห่างกันเพียง ๓ ปี
ทั้งคู่มีนิสัยต่างกัน แม่จึงเปรียบเปรยให้ฟัง: 
 

คนหนึ่งเป็นดั่งดวงจันทร์ที่เข้าอกเข้าใจ
อีกหนึ่งเป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่มีรอยยิ้มเฉิดฉาย
ท้องฟ้านั้นเป็นดังดวงใจหนึ่งดวงของแม่

 

ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ 
ต่างรู้สึกอิจฉารูปร่างหน้าตาที่ต่างไปของอีกฝ่าย
ดวงอาทิตย์นั้นปรารถนาท่าทางอันงดงามของดวงจันทร์ 
 

ในขณะที่ดวงจันทร์ปิดปากเงียบกับแสงอบอุ่นของดวงอาทิตย์
ดาวทั้งสองที่มิได้มีโอกาสมาพานพบกันเอ๋ย 

เปรียบเทียบรูปร่างของตนนั้นถือเป็นบาป 
 

 

ท้องฟ้าเปรียบดังดวงใจของแม่ 
ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ 
 

จงส่องประกายด้วยพลังของแต่ละคนเถิด
ภายใต้ท้องฟ้าของแม่"

 

 

 

ถ้าจะตอบแทนคุณพ่อแม่ ทำดีและทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดคงไม่เลวนะคะ ^^

 

 

 

หมดกรุเพลงโคเคียที่แปลไว้ช่วงนี้แล้ว

ขอปิดท้ายด้วยเพลงของนักร้องคนอื่นบ้างดีกว่า

เนื้อหาเหมือนจะหดหู่ แต่เอาเข้าจริงก็ให้กำลังใจกับการมีชีวิตต่ออย่างมีคุณค่าดีนะคะ

 

 

Shinda Otoko no Nokoshita Mono wa

(死んだ男の残したものは)

สิ่งที่ผู้ชายที่ตายไปแล้วเหลือไว้คือ...

 

 

ชื่อเพลงก็สื่อว่าเป็นเพลงต่อต้านสงคราม  เพลงนี้แต่งขึ้นตั้งแต่ปี 1965 หลังสงครามเวียตนาม โดยกลุ่มชาวเมืองผู้ปรารถนาสันตภาพในเวียตนาม  คุณฮาเซกาว่า คิโยชิผู้แต่งที่ได้รับการขอร้องแต่งเสร็จภายในหนึ่งวัน (เหมือนโคเคียตอนแต่งเพลงให้กำลังใจชาวเมืองที่ประสบแผ่นดินไหวเลย)

 

เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น ปี 1969 ได้ใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อ Dankon หรือ Bullet Wound  และได้รับการนำมาร้องใหม่บ่อยครั้ง

 

 

ในเอ็นทรี่นี้เลือกมาให้ฟังสองสองเวอร์ชั่น 

เวอร์ชั่นแรกคือออริจินัลโดยคุณฮาเซกาว่า คิโยชิเอง  ส่วนเวอร์ชั่นที่สองเป็นของคุณอิชิกาว่า เซริ


ออริจินัลจะออกแนวเพลงเพื่อชีวิต มีพลังมาก  ส่วนของเซริจะเป็นแนวฟังสบายๆ  ถ้าไม่รู้คำแปลจะคิดว่าร้องเพลงรักอะไรประมาณนั้น  ชอบแบบไหนก็เลือกเอาได้  แต่ถ้าถามจขบ. ลองดูทั้งสองเวอร์ชั่นค่ะ  แม้อารมณ์ต่างกันมากแต่เพราะคนละแนวทั้งคู่จริงๆ 

 

 

 

 

 

 

สิ่งที่ผู้ชายที่ตายไปแล้วเหลือทิ้งไว้คืออะไร
คือ ภรรยาหนึ่งคน กับ ลูกอีกหนึ่งคน
นอกจากนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
แม้ป้ายหลุมศพสักแผ่นก็ไม่เหลืออยู่เลย

 

สิ่งที่ผู้หญิงที่ตายไปแล้วเหลือทิ้งไว้คืออะไร
คือ ดอกไม้เหี่ยวเฉา กับ ลูกอีกหนึ่งคน
นอกจากนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
แม้กิโมโนสักชุดก็ไม่เหลืออยู่เลย

 

สิ่งที่ลูกที่ตายไปแล้วเหลือทิ้งไว้คืออะไร
คือ แข้งขาคดงอ กับ น้ำตาอันแห้งเหือด
นอกจากนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
แม้ความทรงจำสักเรื่องก็ไม่มีเหลืออยู่เลย

 

สิ่งที่ทหารที่ตายไปแล้วเหลือทิ้งไว้คืออะไร
คือ กระบอกปืนพังๆ กับ โลกที่บิดเบี้ยว
นอกจากนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ได้เลย
แม้สันติภาพก็ไม่สามารถมีเหลืออยู่ได้เลย

 

สิ่งที่พวกเขาที่ตายไปแล้วเหลือทิ้งไว้คืออะไร
คือ ฉัน กับ เธอที่ยังมีชีวิตอยู่
นอกจากนั้นไม่มีใครหลงเหลืออยู่เลย
นอกจากนั้นก็ไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีกเลย

 

สิ่งที่ประวัติศาสตร์ที่ตายไปแล้วเหลือทิ้งไว้คืออะไร
คือ วันนี้ที่ยังส่องสว่าง กับ พรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึง
นอกจากนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
นอกจากนั้นไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย 

 

 

 

 

 

 

เราได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนวันคริสต์มาสเมื่อสามปีก่อนโดยคุณซาวะ โทโมเอะ  พลังเสียงซาวะซังสุดยอดมาก ท่อนกลางๆ ฟังไปก็น้ำตาไหลพรากไป  เนื้อเพลงที่คุณซาวะร้องเหมือนจะซับซ้อนน้อยกว่านี้หน่อย

และมีท่อนหนึ่งที่เสริมเข้ามาว่าหลังสงครามแล้ว นอกจากความสูญเสีย... 

"นอกจากนั้นไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย
ไม่ว่าอุดมการณ์หรือสันติภาพก็ไม่เหลืออยู่เลย"

เสียดายเวอร์ชั่นของคุณซาวะหาฟังยากเอามากๆ ทีเดียว

 

 

 

ส่วนตัวหลังรู้เนื้อร้องแล้วชอบท่อนสุดท้ายมาก

ประวัติศาสตร์ที่จบไปแล้วมันไม่เหลืออะไรก็จริง

แต่ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่เราก็มีวันนี้ และพรุ่งนี้ที่จะมาถึงที่จะทำอะไรสักอย่าง...

 

 

ยังไงก็ขอให้มีสติ มีกำลังใจสู้ๆ กันต่อไปนะคะ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขอย่างไรค่ะ 

และขอบคุณสำหรับหลายๆ คนที่คอยให้กำลังใจมาตลอดด้วย ^^

 

 

Comment

Comment:

Tweet

นักร้องคนนี้เจ๋งจริง ร้องได้สื่ออารมณ์มากกกเลย
ขนาดเรายังไม่รู้แปลว่าอะไรยังซึ้งอ่ะ

พี่เองก็แปลเก่งน่ะ สอดคล้องกับเนื้อดี 

#4 By aunny (103.7.57.18|58.11.131.161) on 2013-01-22 16:57

สวัสดีครับ big smile
.
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมที่บ้าน (blog) ผมนะครับ
(ผมไม่ได้เข้า exteen นานเหมือนกันนะเนี่ย)
เมื่อไม่นานมานี้ดูทีวี เห็นลูกหมาจิ้งจอกน่ารัก ๆ
ก็นึกถึงคุณหงส์เลยครับ (ทำไมคิดไปได้หนอ ^^")
.
เอนทรีย์เพลง How deep is your love
ผมไม่ได้เขียนเนื้อเพลงบนกระดาษดำหรอกครับ
แต่เขียนบนกระดาษสมุดสีขาวธรรมดานี่แหละ
แล้วใช้เทคนิคปรับภาพ negative ในคอมน่ะครับ
.
.....
.
คุณหงส์ดูมีความสุขมากเวลาเขียนเรื่องเพลงนะครับ
การได้นั่งแปลเพลงที่เราชอบ ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ยิ่งถ้าเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกดี ๆ อย่างที่คุณหงส์แปลอยู่
ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ขอบคุณนะครับที่แปลให้ได้อ่านกัน
.
ผมเองก็ชอบแปลเพลงที่ตัวเองชอบเหมือนกันครับ
(โดยเฉพาะเพลงที่ตอนเด็ก ๆ ฟังไม่ออก ^^")
ก็เลยเข้าใจดี แต่ไม่ค่อยคิดว่าจะมีคนอ่านเท่าไหร่นะ
แค่ได้เก็บไว้อ่านเอง ก็มีความสุขมากแล้วครับ ^^
.
ป.ล. ตอนนี้คุณหงส์ยังอยู่เมืองไทยใช่มั้ยครับ
คือเห็นอัพ blog ใน exteen แบบยาว ๆ ได้นะครับ ^^

#3 By DurianGuan ป่วนรัก on 2012-08-26 00:41

ช่วงนี้กำลังติดเพลง I Believe 海の底から เลยค่ะ ฟังซ้ำไปซ้ำมาทุกวันเลย 
แล้วพี่หงส์ก็อัพบล็อกพูดถึงเพลงนี้พอดี บังเอิญจนน่าดีใจแฮะ big smile
กับอีกเพลงนึงของโคเคียที่ติดคือ Hontou no oto นี่ก็ฟังบ่อยมากเหมือนกัน 
Shinda Otoko no Nokoshita Mono wa
วิธีการเล่าของเพลงนี้ ฟังแล้วนึกถึงเพลง Where have all the flowers gone เลยค่ะ เป็นเพลงเกี่ยวกับสงครามเหมือนกันด้วย 
ชอบคำแปลเพลงจังค่ะ อ่านเพลินมากๆ
ไม่ได้เข้าเอ็กซ์ทีนตั้งนาน เห็นเอนทรี่ใหม่ๆของพี่หงส์เพียบเลย พลาดไปเยอะเลยเรา ฮ่า

#2 By atom on 2012-08-03 20:23

Hot! Hot! Hot!

โอ้ว..ว

แปลเก่งจังนะครับbig smile big smile big smile